วันอังคาร, 21 มกราคม 2563

สิ้นแล้ว “หลวงพ่อบุญอุ้ม” เกจิสายป่า คอหวยไม่พลาดส่องเลขเด็ด!!

26 ต.ค. 2019
199

(22 ต.ค.62)  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ที่ จ.นครพนม กลายเป็นข่าวความสูญเสียพระเกจิอาจารย์ ชื่อดัง อีกรูปของ จ.นครพนม รวมถึงพระเกจิสายป่า ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ที่มีชื่อเสียง  หลังศิษยานุศิษย์ได้แจ้งข่าวไปยังผู้ที่เคารพศรัทธา ว่า พระอาจารย์บุญอุ้ม อาภัสสโร หรือ พระครูไพศาลธรรมมงคล พระเกจิชื่อดังรูปหนึ่งของภาคอีสาน อดีตเจ้าคณะอำเภอบ้านแพง-นาทม อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าโนนแพง หมู่ 5 ต.บ้านแพง อ.บ้านแพง จ.นครพนม ได้ละสังขารอย่างสงบที่กุฏิในวัด ท่ามกลางความเศร้าสลดของลูกศิษย์ที่ทราบข่าวทั่วทั้งประเทศ

โดย  พระอาจารย์บุญอุ้ม อาภัสสโร ได้ละสังขารลงด้วยความสงบ  เมื่อเวลา 05.09 น. เช้าวันที่ 22 ตุลาคม 2562  รวมศิริอายุ 65 ปี 36 พรรษา เนื่องจากเคยมีการรักษาอาการป่วย มานานหลายปี เกี่ยวกับโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว  ทั้งนี้ ในเวลา 16.00 น. วันนี้ ทางด้าน นายสยาม ศิริมงคล ผวจ.นครพนม จะเป็นประธานฝ่ายฆราวาส นำศิษยานุศิษย์ ตลอดจนผู้ที่เคารพศรัทธา ประกอบพิธีสรงน้ำศพ ตามประเพณีความเชื่อ ส่วนพิธีการต่อไปต้องรอหารือจากหลายฝ่าย

ด้าน นายมหานิยม พิณราชอายุ 48 ปี ลูกศิษย์ที่ใกล้ชิด กล่าวว่า  ก่อนนี้ พระอาจารย์บุญอุ้ม เคยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลมาต่อเนื่อง เพราะมีโรคประจำตัวป่วย มีอาการปวดหลัง ซึ่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลนครพนม รวมถึงโรงพยาบาลที่กรุงเทพมหานครมาตลอด แต่อาการทรงตัว  ซึ่งแพทย์เคยวินิจฉัยว่า ป่วยเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว ล่าสุดได้ไปพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลนครพนม เมื่อเดือนที่ผ่านมา  และได้มาพักฟื้นที่วัด  โดยก่อนนี้ ทาง  พระอาจารย์บุญอุ้ม อาภัสสโร เคยบอกลูกศิษย์ว่า จะละสังขารตามกาลเวลาสัจธรรมของชีวิต ช่วงอายุ 65 ปี  แต่ลูกศิษย์ยังไม่ปักใจเชื่อ คิดว่า หลวงพ่อบุญอุ้ม พูดเปรียบเปรย และให้เข้าใจถึงสัจธรรมชีวิต ไม่คิดว่าจะมาละสังขารลงอย่างสงบ  ถือเป็นเรื่องเศร้าสำหรับ ศิษยานุศิษย์เป็นอย่างมาก เนื่องจาก หลวงพ่อเป็นที่พึ่งทางใจของบรรดาลูกศิษย์ รวมถึงผู้เคารพศรัทธา และมีคนรู้จักทั่วประเทศ ในสายความเชื่อ เกี่ยวกับเมตตามหานิยม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  สำหรับ  พระอาจารย์บุญอุ้ม อาภัสสโร  มีนามเดิมว่า บุญอุ้ม  อภัยโส เกิดเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2498 เป็นชาว ต.บ้านแพง อ.บ้านแพง  โดยกำเนิด  โยมบิดามารดาชื่อพระอ่อนสี และแม่ชีทิพย์  อภัยโส เป็นบุตรคนที่ 3 ในจำนวนพี่น้อง 6 คน ในอดีตท่านเคยเป็นศิษย์สืบสายธรรมหลวงปู่มหาเหรียญ ปภาคโร วัดหันห้วยทราย อ.ประทาย จ.นครราชสีมา ขณะอายุ 13 ปี บวชเณรที่วัดชัยมงคล  ติดตามหลวงปู่มหาเหรียญ บำเพ็ญเพียร ปักกลดตามป่าช้าหลายจังหวัดภาคอีสาน ภาคกลางและภาคเหนือนาน 5 ปี  ก่อนลาสิกขามาช่วยครอบครัว เพราะสงสารแม่

จนกระทั่ง อายุ 29 ปี ได้อุปสมบทอีกครั้ง ณ พัทธสีมา วัดศรีวิชัย ต.สามผง อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม มีหลวงปู่คำพันธ์ จันทูปโม เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์แดง ฐิตวิรโย เป็นพระอนุสาววานาจารย์ หลังอุปสมบท  จำพรรษาในถ้ำมืดถ้ำโขง เทือกเขาภูลังกา อ.บ้านแพง กับ หลวงปู่อ่อนสี ขันติโก อายุ 70 ปี ผู้เป็นบิดาที่เป็นพระป่าสายบำเพ็ญภาวนาเช่นกัน  ตลอดการอุปสมบท ได้เดินทางสายวิปัสสนา ภาวนานั่งสมาธิกัมมัฏฐานฝึกจิตนาน 18 ปี

ทั้งนี้ หลวงปู่อ่อนสี บุพการี ละสังขาร ได้ยกที่ดินหัวนา 20 ไร่ ตั้งวัดให้เป็นที่พักสงฆ์ ก่อนขออนุญาตตั้งวัดชื่อว่า วัดป่าโนนแพง ตั้งแต่ปี  พ.ศ.2543  ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตำบลบ้านแพง-นาทม นาน 2-3 ปี แต่ลาออกต้องมาดูแลมารดาที่บวชเป็นแม่ชีที่วัดจนวาระสุดท้าย โดยพระอาจารย์บุญอุ้ม ท่านได้ศึกษาตำราหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จ.ชัยนาท เป็นภาษาขอม มี 4 หมวด แต่ท่านเลือกหมวดวิทยาคม ศึกษานาน 1 ปีจนช่ำชอง เป็นที่มาของ การปลุกเสกสร้างวัตถุมงคลตะกรุดแผ่นทองครั้งแรกในปี 2545

รวมถึง เครื่องรางของขลังที่มีชื่อเสียงคือตะกรุดหนังเสือ ตะกรุดลูกปืน เพื่อนำไปมอบให้เป็นที่คุ้มครองยึดเหนี่ยวจิตใจของตำรวจทหาร ชายแดนใต้ ไปจนถึงเป็นเจ้าแห่งเครื่องรางเมตตามหานิยม ค้าขาย ร่ำรวย จนมีบรรดาศิษยานุศิษย์เคารพศรัทธาทั่วประเทศ และต่างแสวงหาเครื่องรางหลวงพ่ออุ้มไว้ไปบูชาเป็นสิริมงคล ตามความเชื่อ ความศรัทธา เชื่อกันว่า ใครมีไว้ครอบครอง จะได้รับความเมตตามหานิยม แคล้วคลาด ปลอดภัย ค้าขายร่ำรวย ซึ่งทางลูกศิษย์ใกล้ชิดยังเคยระบุว่า พระอาจารย์บุญอุ้มได้เคย ปรารภกลับลูกศิษย์ว่า ตะกรุด 1 ดอก เท่ากับ 1 ชีวิต อาตมาได้ถ่ายทอดพลังชีวิตลงไป หยุดไม่ได้ตราบใดที่ทหารตำรวจ พ่อค้าแม่ขายยังรอความช่วยเหลือ

ที่สำคัญ  พระอาจารย์บุญอุ้ม อาภัสสโร ยังเป็นพระป่าสายที่มีความเมตตา ต่อลูกศิษย์และประชาชน ทุกคนที่เคารพศรัทธามากราบไหว้  ได้สั่งสอนให้ข้อคิด รวมถึงเป็นที่พึ่งทางใจ  ที่สำคัญยังเป็นพระสายป่าที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ  และมีความกตัญญูกตเวทิตากับพ่อแม่บุพการี ซึ่งทางพระอาจารย์บุญอุ้ม ได้แสดงออกถึงความรักต่อแม่ ในขณะอุปสมบท อยู่ในสมณศักดิ์ แต่ได้ไปกอดอุ้มดูแล แม่ที่ป่วยเดินไม่ได้  และมีการเผยแพร่ภาพออกไป สื่อให้บรรดาศิษยานุศิษย์ ได้ให้ความสำคัญของบุพการี  กลายเป็นที่เลื่อมใสศรัทธา เป็นที่มาของภาพพระสงฆ์อุ้มโยมแม่ ซึ่งการสูญเสียครั้งนี้สร้างความโศกเศร้าให้กับบรรดาศิษยานุศิษย์ รวมถึงชาวนครพนม และผู้ที่เคารพศรัทธาเป็นอย่างมาก